ป ปลา มาจากไหน

posted on 24 Sep 2011 14:32 by leebigman
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพาเพื่อนฝรั่งไปเที่ยวหมู่บ้าน ไปเที่ยวบ้านลุง ลุงพาไปดูบ่อที่ขุดไว้ เมื่อเดือนที่แล้ว ขนาดประมาณ 8X8 เมตร ลึกประมาณ เมตรครึ่ง 

    ลุงเตรียมไว้ว่าจะเลี้ยงปลาดุก แต่จะไม่ได้เลี้ยง ขุดแล้วเติมน้ำไว้เฉยๆ ตอนนี้มีปลาอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ปลาดุก เป็นปลาตัวเล็กๆ จำนวนหนึ่ง มองเห็นได้ไม่ยาก ฝรั่งถามลุงว่า เอาปลามาปล่อยไว้หรอ ลุงบอกว่าเปล่ามันมาเอง ฝรั่งงงว่าปลามาจากไหน มาเองได้ยังไง  
คำตอบก็คือ ปลามันคลานมาจากคลองข้างๆ เล่นเอาฝรั่งงงกันไป 

edit @ 24 Sep 2011 14:38:21 by leebigman

คงมีหลายๆท่านที่เจอปัญหาเกี่ยวกับระบบรดน้ำต้นไม้ของท่านบางทีไม่ได้อยู่หลายๆวันก็ไม่มีใครที่จะรดน้ำให้จะทำอย่างไรซื้อปั้มมาแล้วแรงดันน้ำไม่พอต้องดูยังไงวิธีคำนวณว่าต้องใช้ปั้มแบบไหนวางท่ออะไรดีพีอี หรือ ท่อประปาธรรมดา หรือปัญหาที่ตามมาหลังจากติดตั้งไปแล้วแล้วจะแก้อย่างไรราคาต้องถูกและเราทำเองได้รึเปล่า(ต้องทำเองได้ด้วยนะ)อุปกรณ์ สวิทตั้งเวลา และต้องมีอะไรเพิ่มเติมบ้างสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นเราจะแก้อย่างไรดีวันนี้เรามาช่วยกันแก้ปัญหาเหล่านี้กันดีกว่าท่านเคยเจอกับปัญหาอะไรแล้วท่านแก้ไขอย่างไรช่วยมาบอกเล่าเก้าสิบกันนะครับขอขอบพระคุณมากๆครับ
บทความต่อไปนี้เป็นประสพการณ์จริงที่ผมได้ติดตั้งระบบรดน้ำต้นไม้ที่สวนผมเองโดยการติดตั้งทั้งหมดผมทำด้วยมือผมเองทั้งสิ้นครับในเนื้อที่ประทาณ์ 2 ไร่กว่าๆเป็นระบบอัตโนมัติด้วยถ้าผมไม่อยู่สวนหลายๆวันสามารถตั้งเวลาปิดเปิดปั้มน้ำตามเวลาที่ต้องการได้ครับผมทำอย่างไรและแก้ปัญหาอย่างไร
เริ่มจากการปรับที่ที่สวนผมทั้งหมดเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษแล้วเริ่มวางท่อน้ำไปตามแนวที่เราต้องการที่สวนผมเน้นปลูกไม้หลากหลายชนิดเป็นไม้ผลยืนต้นบ้างไม้ดอกหอมบ้างเนื้อที่น้อยผมจึงปลูกระหว่างต้นคือ 4 คูณ 4 เมตรครับก็เลยเป็นการพอดีที่ท่อประปาทั่วไปยาว 4 เมตรพอดีเริมวาท่อเมนขนาด 2 นิ้วจากตำแหน่งที่วางปั้มน้ำครับปั้มผมใช้ขนาด 2 นิ้ว 2 แรงม้าแรงดันน้ำออกที่ 450 ลิตรต่อนาทีครับค่าต่างๆดูได้ที่ข้างๆตัวปั้มครับ
ท่อที่ผมเดินเริ่มจากตัวปั้มคือ 2 นิ้วเป็นท่อเมนตั้งแต่หลังถึงหน้าสวนเลยแล้วค่อยกระจายออกซ้ายและขวาตอนนี้จะลดเป็นขนาด 1 นิ้วครับและจากนั้นจะลดเหลือ 4 หุนเพื่อวิ่งไปตามแนวที่เราจะปลูกต้นไม้ครับท่อเมน 2 นิ้วที่ใช้เราใช้ท่อชนิดบางครับ ราคาถูกดีท่อทั้งหมดที่ผมเดินมานั้นผมใช้ฝังดินครับและการต่อประสานนั้นผมไม่ได้ทาไม่ได้ทา น้ำยาประสานทอนะครับแค่เสียบเข้าไปเฉยๆเท่านั้นเอง ตีอัดด้วยไม้ก็พอแล้วผมคิดว่าท่อพอฝังดินแล้วจะถูกดินยึดเกาะไม่หลุดครับ และเผื่อวันหน้าท่อเกิดการแตก เราสามารถที่จะซ่อมแซมได้ง่ายครับและอย่าลืมตามท่อบางจุดเราควรใส่ วาวล์กันน้ำไว้เผื่อบางจุดที่เราไม่ต้องการใช้น้ำเราสามารถปิดเปิดน้ำได้ครับวาวล์น้ำควรใช้แบบนี้ครับรูที่ให้น้ำผ่านใหญ่ดีแลราคาก็ถูกด้วย
สำหรับหัวกระจายน้ำที่ให้ต้นไม้ผมใช้แบบนี้ครับตามในรูปครับหัวด้านซ้ายมือสีแดงรูจ่ายน้ำจะเล็กกระจายน้ำเป็นวงกลมไว้ติดใกล้ๆปั้มครับเพราะแรงดันน้ำจะแรงตัวกลางเป็นแบบกระจายน้ำเป็นวงกลมและตัวขาวมือจะเป็นการกระจายน้ำครึ่งวงกลมครับหัวแบบนี้สามารถกระจายน้ำได้ในรัศมีประมาณ 15 เมตรอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ตามแรงดันของปั้มครับหัวกระจายน้ำนั้นผมติดไว้ที่ปลายท่อยกสูงจากพื้นดินประมาณ 50-80 ซมโดยผมใช้ที่ปิดปลายท่อแล้วเจาะรูเล็กๆเอาหัวกระจายน้ำเสียบเข้าไปครับการเจาะฝาปิดนั้นผมใช้เหล็กแหลมเจาะครับโดยผมทำมาจากตะไบตัวเล็กๆเจียรปลายให้แหลมตามรูปที่ผมไม่ใช้สว่านเพราะ ดอกสว่านเจาะไปแล้วรูจะเป็น ทรงกระบอก ครับเหล็กแหลมที่ผมทำใช้เมื่อเจาะแล้วรูจะเป็น เต็ปเปอร์ครับเหมาะแก่การขันเกลียวของหัวกระจายน้ำครับเวลาเราไปทำงานหรือเจาะในสวนเราไม่ต้องลากสายไฟให้สว่านด้วยแค่มีเหล็กเจาะเหน็บเอวไปก็ใช้ได้แล้วในรูปคือเหล็กแหลมที่ผมทำใช้อะครับทั้งหมดที่กล่าวมาคือด้านที่เราให้น้ำต้นไม้ครับเมื่อเราติดตั้งปั้มเป็นที่เรียบร้อยต่อจากนี้เรามาที่ระบบจ่ายไฟให้ปั้มเราดีกว่าจะทำอย่างไรให้ระบบเราทำงานตามที่เราต้องการมีอุปกรณ์อะไรบ้างที่จะมาสั่งให้ปั้มทำงานถ้าปกติทั่วๆไปเราก็มีแค่ เบรค์เกอร์ เป็นตัวปิดเปิดปั้มเท่านั้นแต่วันนี้เรามาติดตัว Timmer ตั้งเวลาให้กับปั้มเราด้วยดีกว่าในภาพคือ ตัวตั้งปิดและเปิดตามที่เราต้องการสวิทแบบนี้มีหลากหลายแบบครับและราคาก็แตกต่างไปด้วยสำหรับตัวที่ผมใช้นี้ผมซื้อมาจากบ้านหม้อ ตัวละ 180 บาทเองใช้มาเกิน 3 ปีแล้วยังใช้ดีอยู่

edit @ 21 Sep 2011 14:39:54 by leebigman

การทำ ปลาสลิดเค็ม

posted on 19 May 2011 00:43 by leebigman

การทำ ปลาสลิดเค็มเป็นการแปรรูปอย่างหนึ่งซึ่งช่วยถนอมปลาสลิดให้สามารถเก็บไว้บริโภคได้เป็นเวลานานมากขึ้น และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วทุกภูมิภาคทั้งยังส่งเป็นสินค้าออกอีกส่วนหนึ่งด้วย
วิธีทำ

ขอดเกล็ดโดยใช้มีดหรือช้อนสังกะสีบากเป็นฟันเลื่อย ตัดหัว ควักไส้ แยกหัวและไส้ไปบดสับเป็นอาหารเป็ดหรือไก่ (สำหรับไส้ถ้าเป็นฤดูที่มีมันมากให้เก็บเคี่ยวน้ำมัน น้ำมันปลาสลิดมีราคาดีเพราะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลายอย่าง เช่น อุตสาหกรรมฟอกหนัง สี และอาหารสัตว์)

เคล้าปลาที่ทำเสร็จแล้วกับเกลือในอัตราส่วน 3:1 คือ ปลา 3 : เกลือ 1 หมักไว้ 1 คืน ในถังไม้ โอ่งเคลือบ กะละมัง หรือเข่ง รุ่งเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ล้างปลาให้สะอาดเรียงปลาแผ่ครีบให้สวยงามบนตะแกรงไม้โปร่ง

ระยะเวลาตากแห้ง ตั้งแต่แดดเริ่มถึงเวลาประมาณ 11.00 น. ให้กลับข้างจนถึงเวลาประมาณ 15.00 น. หรือ 3 โมงเย็น จึงเก็บปลาลงเข่งเรียงให้ดี ลักษณะนี้เรียกว่า ปลาสลิด ซึ่งเนื้อจะนุ่ม ถ้าต้องการปลาแห้งกว่านี้ ตากจนถึงเย็น แล้วใช้พลาสติกคลุมไว้ตลอดคืน รุ่งเช้าเอาผ้าพลาสติกออก ตากต่อจนถึงเย็นโดยกลับปลาในตอนกลางวันเช่นเดิม ปลาชนิดนี้เรียกว่า ปลาสองแดด เนื้อจะแห้งแข็ง เวลาทอดจะกรอบเคี้ยวได้เกือบหมดทั้งตัว

วิธีการรับประทานปลาสลิด
การทอด ถ้าจะให้ดีขึ้นควรนึ่งก่อน ค่อย ๆ แซะก้างใหญ่ตรงกลางออก ประกบไว้เหมือนเดิมแล้วทอดจะได้ปลาสลิดไม่มีก้างกินอร่อยหรือทอดอย่าให้สุก ทุบตรงสันหลังปลาเบา ๆ อย่าให้หนังฉีก นำลงทอดใหม่เนื้อปลาจะฟู อร่อย ถ้าจะให้อร่อยยิ่งขึ้นให้ทอดกรอบแกะเอาแต่เนื้อมายำกับมะม่วง ใส่พริกขี้หนู หอม กระเทียม ใบสะระแหน่ และมะม่วงสับ ชิมรสตามชอบ

edit @ 19 May 2011 00:47:36 by leebigman